Munich Tech Conference Job ทำงานอย่าง Productive ดีจริงหรือ?

ทำงานอย่าง Productive ดีจริงหรือ?

แน่นอนว่า หากพูดถึงรูปแบบการทำงานอย่าง Productive คนทำงานหลายคนก็คงเฝ้าฝันถึงให้ตัวเองเป็นหนึ่งในคนที่สามารถทำสิ่งนั้นได้บ้าง แต่หารู้ไม่ว่า บางครั้งการมี Productive มากเกินไป ก็อาจส่งผลในแง่ร้ายตามมาเช่นกัน โดยเฉพาะในยุคหลังการแพร่ระบาดของโควิด – 19 

ทำงานอย่าง Productive ดีจริงหรือ?

บางครั้งการทำงานอย่าง Productive มากเกินไปอาจกลายเป็น Toxic Productive ซึ่งสามารถนำมาซึ่งปัญหาแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่มีผลต่อทั้งสภาพร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม อาจมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดจากสาเหตุที่มีความ Productive แบบผิดที่ผิดทาง โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่ต้องทำงานแบบ Work from Home

อย่างไรก็ตามหากพูดถึงข้อดีในเรื่องของการทำงานแบบ Productive แน่นอนว่า เป็นแนวคิดที่ดี ช่วยให้เหล่าคนทำงานอย่างเรา ๆ สามารถจัดสรรเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำงานให้สำเร็จลุล่วงตามเวลาที่กำหนด แต่หากไม่มั่นใจว่า Productive ที่คุณกำลังทำอยู่นั้นใช่ Productive ที่ถูกที่ถูกทางหรือไม่ เราขอแนะนำให้สังเกตสัญญาณที่อาจกำลังบ่งบอกว่า กำลังเดินทางผิด

สัญญาณเตือน Toxic Productive

เชื่อว่า หลายคนต้องเคยเจอปรากฏการณ์เวลาเดินเร็วกว่าปกติ ทั้ง ๆ ที่เวลาก็เท่าเดิม ทำงานมานานกว่า 2 ปีแล้ว ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วคุณทำงานหนักมากกว่าปกติ นี่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า คุณกำลังปล่อยให้ความรักเทรดย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง แต่หากไม่แน่ใจว่า สิ่งที่ทำอยู่ใช่หรือไม่ เรามี 7 สัญญาณเตือนให้คุณสังเกตตัวเอง ดังต่อไปนี้

1. ทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน 

งานวิจัยจาก Fillipa Bellette ได้ระบุว่า การทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน มีโทษมากกว่าประโยชน์ อีกทั้งส่งผลต่อการลดระดับไอคิว และลดความ Productive หากเทียบประสิทธิภาพในการทำงานในระยะสั้นถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก แต่หากเทียบกันในระยะยาวแล้ว การทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกันอาจก่อให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวลสะสม

2. จัดการเวลาไม่ได้

หลายคนคงพูดถึงความรักเธอว่า ความรักที่สุด คือ การที่คุณสามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างเป็นระบบ และมีระเบียบ พร้อมทั้งสามารถทำงานได้อย่างกระตือรือร้น ผลงานออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดสัญญาณบางอย่างขึ้น และคุณเริ่มจัดการเวลาไม่ได้ นั่นหมายความว่า เริ่มเข้าสู่ Toxic Productive เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

3. เหนื่อยล้ามากเกินไป

ความเหนื่อยล้า เป็นสิ่งที่สามารถสังเกตได้ง่ายที่สุด ซึ่งหากฝืนตัวเองต่อไปก็อาจทำให้งานออกมาไม่มีประสิทธิภาพ และส่งผลเสียต่อสภาพร่างกาย หากพบสัญญาณดังกล่าวควรหาเวลาให้ตนเองได้นอนหลับพักผ่อนเสียบ้าง

4. วิตกกังวล

สัญญาณที่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่า ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขสิ่งที่ตนเองกำลังทำอยู่ แน่นอนว่า อาจเป็นเรื่องยากมากที่คุณจะเปลี่ยนจากความ Productive มาทำงานในรูปแบบที่ไม่เหมือนเดิม แต่ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเปลี่ยน หากปล่อยเอาไว้ก็อาจกลายเป็นปัญหาที่ร้ายแรงตามมา

ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้อะไรที่มากหรือน้อยเกินไป มักไม่ส่งผลลัพธ์ในแง่ดี เช่นเดียวกันกับความ Productive ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนให้เป็นการเดินทางสายกลาง เพื่อช่วยให้คุณสามารถทำงานได้อย่าง Productive มีความสุข และงานออกมามีประสิทธิภาพร่วมด้วย

Related Post

ไรเดอร์ส่งอาหาร

ไรเดอร์ส่งอาหาร อาชีพที่สร้างรายได้เสริมได้ดีที่สุดไรเดอร์ส่งอาหาร อาชีพที่สร้างรายได้เสริมได้ดีที่สุด

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันทุกคนต่างต้องรู้จักกับไรเดอร์ส่งอาหารอย่างแน่นอน เพราะเป็นหนึ่งในอาชีพที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีคนทำเป็นงานหลักและงานเสริมอย่างมากมาย เนื่องจากอาชีพนี้จะไม่ต้องใช้ต้นทุนมากมายนัก เพียงมีรถมอเตอร์ไซต์ก็สามารถทาชีพนี้ได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้ในปัจจุบันจะมีแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่ให้ทุกคนเข้าไปสมัครเป็นไรเดอร์ เพื่อทำงานได้อย่างง่ายดาย รับงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่จะเรียกได้ว่าสร้างรายได้ได้ตลอดทั้งวันเลยทีเดียว อาชีพไรเดอร์จำเป็นมากน้อยเพียงใด หลาย ๆ คนกลัวว่าเมื่อเราเริ่มทำงานอาชีพไรเดอร์แล้ว จะทำได้ไม่นาน หรือไม่สามารถสร้างรายได้เพียงพอต่อการใช้งาน เนื่องจากเราจะต้องเสียค่าน้ำมันเอง อีกทั้งยังต้องใช้รถขนส่งของตัวเองอีกด้วย แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่า ในปัจจุบันทุกคนต่างต้องการความสะดวกสบายกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น การเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ การส่งของหรือสั่งของ รวมทั้งการสั่งอาหารด้วยเช่นกัน ดังนั้นอาชีพไรเดอร์จะถือเป็นหนึ่งในอาชีพที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ได้มากที่สุด ช่วยให้ทุกคนสามารถสั่งอาหารได้แม้จะอยู่ที่บ้าน

Work permit คืออะไร

Work Permit คืออะไร? ข้อควรรู้ก่อนว่าจ้างชาวต่างชาติWork Permit คืออะไร? ข้อควรรู้ก่อนว่าจ้างชาวต่างชาติ

ในยุคที่หลายธุรกิจต้องการแรงงานต่างชาติที่มีทักษะเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นสายเทคโนโลยี ภาษา หรือแรงงานฝีมือ การจ้างชาวต่างชาติจึงกลายเป็นเรื่องที่พบได้มากขึ้นในประเทศไทย แต่ก่อนที่นายจ้างจะดำเนินการว่าจ้างแรงงานต่างชาติอย่างเป็นทางการ มีสิ่งสำคัญที่ควรรู้ นั่นคือ “Work Permit” หลายคนอาจยังสงสัยว่า Work permit คืออะไร มีขั้นตอนยุ่งยากไหม และนายจ้างต้องเตรียมอะไรบ้าง? บทความนี้จะสรุปให้เข้าใจง่าย พร้อมข้อควรรู้สำหรับผู้ประกอบการหรือ HR ที่ต้องการจ้างงานชาวต่างชาติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย Work Permit คืออะไร? Work permit หรือ “ใบอนุญาตทำงาน” คือเอกสารสำคัญที่ออกโดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ซึ่งอนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย